WNLQ9

3 หลักจับคู่อาหารไทยกับไวน์

โดยทีม sommelier ของ WNLQ9.shop · เผยแพร่

คำตอบสั้น

อาหารไทยกับไวน์เข้ากันได้ ถ้าใช้ 3 หลัก ข้อแรก ไวน์ต้องเปรี้ยวเท่ากับอาหารหรือมากกว่า ข้อสอง ไวน์ที่หวานนิด (off-dry) ช่วยลดความรู้สึกเผ็ดของพริก ข้อสาม แอลกอฮอล์และแทนนินสูงทำให้เผ็ดขึ้น สไตล์ที่รับอาหารไทยได้หลายจานจึงเป็นไวน์ขาวเปรี้ยวสดที่หวานนิด หรือแดงเบาที่แทนนินต่ำ

ตัวเลขที่ควรรู้

หลักที่ 1
ไวน์เปรี้ยวเท่าหรือมากกว่าอาหาร
หลักที่ 2
หวานนิด (off-dry) ลดเผ็ด
หลักที่ 3
แอลกอฮอล์และแทนนินสูงเพิ่มเผ็ด
ไวน์แห้ง (มาตรฐาน OIV)
น้ำตาลไม่เกิน 4 g/L
ไวน์กึ่งแห้ง (มาตรฐาน OIV)
น้ำตาลไม่เกิน 12 g/L
อุณหภูมิเสิร์ฟแดงเบา
14–16°C

หลักที่ 1: เปรี้ยวรับเปรี้ยว

ไวน์ต้องเปรี้ยวเท่ากับอาหารหรือมากกว่า ไม่อย่างนั้นไวน์จะจืดและแบนทันทีที่เจอมะนาว

อาหารไทยหลายจานใช้มะนาว มะขาม หรือมะม่วงดิบเป็นตัวชูรส ความเปรี้ยวจากอาหารจะกลบความเปรี้ยวของไวน์ ไวน์ที่เปรี้ยวน้อยจึงเหลือแต่ความร้อนของแอลกอฮอล์กับรสขมปลายลิ้น

องุ่นที่เปรี้ยวสูงตามธรรมชาติ เช่น ริสลิง (Riesling) และกรูเนอร์ เฟลท์ลีเนอร์ (Grüner Veltliner) ยืนอยู่ได้เมื่อเจอจานเปรี้ยว ไวน์สปาร์กลิงจากเขตอากาศเย็นก็เช่นกัน ส่วนไวน์ขาวจากเขตอากาศร้อนที่ความเปรี้ยวต่ำจะแพ้มะนาวง่ายกว่า

ทางกลับกัน ไวน์ที่เปรี้ยวกว่าอาหารเล็กน้อยทำงานเหมือนบีบมะนาวเพิ่มอีกนิด รสของจานจะสดและชัดขึ้น ไม่ได้ถูกกลบ หลักข้อนี้จึงสำคัญกับต้มยำ ส้มตำ และลาบเป็นพิเศษ

หลักที่ 2: หวานนิดช่วยลดเผ็ด

น้ำตาลเล็กน้อยในไวน์ช่วยลดความรู้สึกแสบร้อนจากพริก และรับกับความหวานของน้ำตาลปี๊บในอาหารไทย

ความเผ็ดมาจากสารแคปไซซิน (capsaicin) ในพริก ความหวานช่วยกลบความแสบที่ลิ้นได้บางส่วน ไวน์ที่หวานนิด หรือ off-dry จึงทำให้จานเผ็ดกลมขึ้น โดยที่ตัวไวน์ยังไม่หวานจนเลี่ยน

อีกเหตุผลคืออาหารไทยหลายจานมีรสหวานอยู่แล้ว ถ้าไวน์หวานน้อยกว่าอาหาร ไวน์จะออกเปรี้ยวแหลมและบางลง หลักจำง่ายคือไวน์ควรหวานเท่ากับอาหาร หรือหวานกว่านิดหน่อย

ตามมาตรฐานฉลากขององค์การระหว่างประเทศว่าด้วยองุ่นและไวน์ (OIV) ไวน์แห้ง (dry) มีน้ำตาลไม่เกิน 4 g/L ส่วนไวน์กึ่งแห้ง (medium dry) มีไม่เกิน 12 g/L เพดานทั้งสองขยับขึ้นได้ถ้าไวน์เปรี้ยวสูงพอ ไวน์ off-dry ในบทนี้หมายถึงช่วงกึ่งแห้งนี้ ไม่ใช่ไวน์หวานสำหรับของหวาน

หลักที่ 3: แอลกอฮอล์และแทนนินสูงทำให้เผ็ดขึ้น

ไวน์แอลกอฮอล์สูงและไวน์แดงแทนนินหนักทำให้พริกแรงขึ้น จึงควรเลี่ยงเมื่ออาหารเผ็ด

แอลกอฮอล์เพิ่มความรู้สึกร้อนในปาก เมื่อรวมกับพริก ความแสบจะแรงและค้างนานกว่าเดิม ไวน์ที่แอลกอฮอล์ราว 14% ขึ้นไปจึงเสี่ยงกับจานเผ็ด ไวน์ขาวหวานนิดหลายสไตล์มีแอลกอฮอล์ต่ำกว่านี้ชัดเจน

แทนนิน (tannin) คือสารจากเปลือกและเมล็ดองุ่นที่ทำให้ปากฝาด เมื่อเจอพริก แทนนินมักออกขมและหยาบ ไวน์แดงเนื้อหนักที่บ่มในถังโอ๊กนานจึงเป็นตัวเลือกที่ยากกับอาหารไทยรสจัด

ไวน์ขาวที่บ่มโอ๊กหนักก็มีปัญหาคล้ายกัน กลิ่นไม้และวานิลลาจะชนกับสมุนไพรสดอย่างตะไคร้และใบมะกรูด และไวน์แนวนี้มักมีแอลกอฮอล์สูงด้วย

ถ้าต้องการไวน์แดง ให้มองหาแดงเบาที่แทนนินต่ำและเปรี้ยวสด เช่น กาเมย์ (Gamay) แล้วเสิร์ฟเย็นลงเล็กน้อยที่ 14–16°C ความเย็นทำให้แอลกอฮอล์เด่นน้อยลง

ตาราง 6 จาน: รสหลักและสไตล์ไวน์ที่เข้ากัน

เริ่มจากรสที่เด่นของจานก่อน แล้วใช้ 3 หลักข้างบนเลือกสไตล์ ตารางนี้อิงระดับเผ็ดแบบที่ทำกันทั่วไปในบ้าน

จานรสหลักสไตล์ที่เข้ากันเหตุผล
ต้มยำเปรี้ยว เผ็ด หอมสมุนไพรRiesling off-dry, Grüner Veltliner, สปาร์กลิงไม่หวานมากความเปรี้ยวสูงสู้มะนาวได้ น้ำตาลเล็กน้อยลดเผ็ด
แกงเขียวหวานเผ็ด มันกะทิ หวาน หอมGewürztraminer, Riesling off-dryกลิ่นหอมรับเครื่องแกง ความหวานรับกะทิและน้ำตาลปี๊บ
ส้มตำเปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวานRiesling off-dry, สปาร์กลิงเปรี้ยวสดเปรี้ยวรับมะนาว ฟองและความเปรี้ยวช่วยล้างความเค็ม
ลาบเปรี้ยว เผ็ด เค็ม หอมข้าวคั่วโรเซ่แห้ง, Grüner Veltlinerเปรี้ยวพอสู้มะนาว มีเนื้อพอรับเนื้อสัตว์ ไม่มีแทนนิน
ผัดกะเพราเผ็ด เค็ม หอมใบกะเพราRiesling off-dry (เผ็ดมาก), แดงเบาอย่าง Gamay (เผ็ดกลาง)แทนนินต่ำไม่ขยายพริก ผลไม้แดงรับซอสเค็ม
หมูกระทะมัน หวานเค็ม กลิ่นควันแดงเบาอย่าง Gamay ที่ 14–16°C, โรเซ่แห้งความเปรี้ยวตัดมัน แทนนินต่ำไม่ชนน้ำจิ้มเผ็ด

ถ้าจานไหนเผ็ดกว่าปกติ ให้ขยับไปทางไวน์ที่หวานนิดและแอลกอฮอล์ต่ำลง ถ้าเผ็ดน้อย ไวน์แห้งและแดงเบาก็มีที่ทางมากขึ้น

สังเกตว่า Riesling off-dry โผล่ในหลายแถว เพราะมันผ่านทั้ง 3 หลักพร้อมกัน คือเปรี้ยวสูง หวานนิด และแอลกอฮอล์ไม่สูง

ตารางนี้ระบุเป็นสไตล์ ไม่ใช่ชื่อขวด เพราะสิ่งที่ตัดสินคือความเปรี้ยว ความหวาน แอลกอฮอล์ และแทนนิน ฉลากหลายขวดบอกเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ และบางขวดบอกระดับความหวานไว้ ตัวเลขเหล่านี้ใช้เทียบกับ 3 หลักได้ตรง ๆ

ข้อยกเว้น: เมื่อหลักทั้ง 3 ยืดหยุ่นได้

หลักทั้ง 3 ข้อตั้งขึ้นสำหรับจานที่เผ็ดและเปรี้ยว จานไทยที่ไม่ได้ใช้พริกเป็นตัวหลักจึงเปิดทางให้ไวน์ได้กว้างกว่า

  • แกงที่เผ็ดน้อยแต่เครื่องเทศเยอะ อย่างมัสมั่น รับไวน์แดงเบาถึงกลางที่แทนนินไม่หนักได้
  • ของย่างที่ไม่มีน้ำจิ้มเผ็ด เช่น หมูย่างหรือไก่ย่าง รับไวน์แดงได้กว้างขึ้น เพราะไม่มีพริกมาขยายแทนนิน
  • จานทอดและของเค็ม เข้ากับสปาร์กลิงแห้ง เพราะฟองและความเปรี้ยวช่วยตัดน้ำมัน
  • ความทนเผ็ดของแต่ละคนต่างกัน คนที่ชินกับพริกอาจรู้สึกว่าไวน์แห้งก็รับได้

อีกกรณีคือจานที่หวานเด่น เช่น จานที่ใช้น้ำตาลปี๊บมาก หลักที่ 2 จะยิ่งสำคัญ ไวน์ต้องหวานพอ ไม่อย่างนั้นจะออกเปรี้ยวและขมข้างจาน

หลักจับคู่เป็นจุดเริ่ม ไม่ใช่กฎตายตัว ถ้าเข้าใจว่าแต่ละข้อได้ผลเพราะอะไร ก็ปรับใช้กับจานที่ไม่อยู่ในตารางได้

สรุป 3 บรรทัด

  • ไวน์ต้องเปรี้ยวเท่ากับอาหารหรือมากกว่า ไม่อย่างนั้นจะจืดเมื่อเจอมะนาว
  • หวานนิด (off-dry) ลดเผ็ด ส่วนแอลกอฮอล์และแทนนินสูงเพิ่มเผ็ด
  • จานเผ็ดเปรี้ยวเข้ากับ Riesling off-dry ส่วนหมูกระทะและจานเผ็ดกลางรับแดงเบาอย่าง Gamay

คำถามที่พบบ่อย

ไวน์แดงเข้ากับอาหารไทยได้ไหม

ได้ ถ้าเป็นแดงเบาแทนนินต่ำอย่าง Gamay และจานไม่เผ็ดจัด เช่น หมูกระทะหรือมัสมั่น ไวน์แดงเนื้อหนักแทนนินสูงจะทำให้พริกแรงขึ้นและออกขม

มื้อที่มีหลายจานบนโต๊ะ เลือกไวน์ยังไง

ดูจานที่เผ็ดหรือเปรี้ยวจัดบนโต๊ะเป็นหลัก แล้วเลือกสไตล์ที่รับได้หลายรส Riesling off-dry โรเซ่แห้ง และสปาร์กลิงไม่หวานมาก ยืดหยุ่นกับหลายจานพร้อมกัน

ส้มตำเข้ากับไวน์แบบไหน

ไวน์ขาวที่เปรี้ยวสูงและหวานนิดอย่าง Riesling off-dry หรือสปาร์กลิงที่เปรี้ยวสด ความเปรี้ยวรับกับมะนาว ส่วนความหวานเล็กน้อยช่วยลดเผ็ดของพริกสด

อ่านต่อ

แหล่งข้อมูล

เนื้อหาเพื่อความรู้ สำหรับผู้มีอายุ 20 ปีขึ้นไป